ทำบุญวันเกิด
สวัสดีครับ เรามาดูที่มาและเรื่องราวการทำบุญวันเกิดกันนะครับ ว่ามีอะไรกันบ้าง
ประเพณีการทำบุญวันเกิดนั้น ไม่น่าจะเป็นประเพณีดั้ง เดิมของไทย ไม่ปรากฏหลักฐานในทางตำนาน แม้ว่าในหนังสือวรรณคดีเก่า ๆ ก็ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งก็เป็นการสอดคล้องกับความเชื่อถือของคนโบราณ คนในสมัยเก่า ๆ ถือว่าวันเดือนปีเกิดเป็นความลับอย่างยิ่ง จะเปิดเผยสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เกรงว่าเมื่อคนอื่นรู้วันเดือนปีเกิดแล้วก็จะกระทำด้วยอิทธิฤทธิ์ของ เวทมนตร์คาถาอาคมมีอันให้เป็นไปต่าง ๆ โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นคนสำคัญหัวหน้าหมู่คณะหรือผู้หญิงสาว ดูว่ามีความระมัดระวังกันมากมิฉะนั้นก็ต้องพรางวันเกิด ตรงกันข้ามกับสังคมปัจจุบัน วันเกิดเป็นวันสำคัญที่ควรเปิดเผย ยิ่งผู้ที่มีบุญบารมี มีอำนาจวาสนา ก็ยิ่งมีผู้ต้องการทราบวันเกิดกันมาก
ความนิยมในการทำบุญวัน เกิดนั้น เริ่มจากพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๓ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษามิได้กำหนดครบรอบปีทางจันทรคติหรือสุริยคติเป็น แต่พอถึงปีใหม่ ก็นับว่าพระชนมพรรษาเจริญขึ้นปีใหม่ จึงมีการพระราชพิธีในวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งมีในเดือนห้าหรือวันสงกรานต์ของทุกๆ ปี

เรามาดูความเป็นมาของการทำบุญวันเกิดกันนะครับ
ประเพณี ทำบุญวันเกิด นี้เกิดขึ้นเนื่องมาจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างตั้งแต่ยังทรงผนวช ด้วยทรงเห็นว่าการมีอายุยืนมาบรรจบรอบปีหนึ่ง ไม่ตายไปเสียก่อนเป็นลาภอันประเสริฐ ควรยินดี เมื่อรู้สึกยินดีก็ควรจะทำบุญบำเพ็ญกุศล ที่เป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดีต่อกัน และไม่ประมาท เพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่าชีวิตเราจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่ เมื่อถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่งรู้จักประนีประนอมในปัญหาต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกัน ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่งชั้นหนึ่ง เมื่อรู้สึกเช่นนั้น รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวในปัญหาต่างๆ จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิตเสียได้ นี้เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นสาเหตุให้มีการทำบุญวันเกิดขึ้นเรียกว่า “เฉลิมพระชนมพรรษา”

มาดูวิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิดกันต่อ
ในส่วนของวิธีปฏิบัติ ในการทำบุญวันเกิดมีหลายวิธีมากเลยครับ ลองเอาไปดูเป็นตัวอย่างนะครับ
๑. ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุหรือเกินอายุหรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวกเพื่อเป็นการสั่งสมบุญทำให้จิตใจแจ่มใส และให้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง ใน
การดำเนินชีวิตต่อไป (งานนี้ใครอายุมากคงไม่ไหว อิอิ ทำบุญตามศรัทธาก็ได้)
๒. บำเพ็ญกุศลอุทิศแก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า ทักษิณานุประทานส่งจิตใจหรือปลูกฝังด้วยศรัทธาปสาทะก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิดนะ
ครับ
๓. ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรืออาจจะมีพระธรรมเทศนาถ้าเรามองเห็นและเข้าใจก็จะมองเห็นประโยชน์ขึ้นมาพร้อมกัน ด้วยนะครับ
๔. ถวายสังฆทานของที่จำเป็นสำหรับภิกษุสามเณร เช่นว่า จีวร สบง ผ้าเช็ดตัว ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ข้อนี้ผมทำบ่อย แหะๆ
๕. ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่นปล่อยนก ปล่อยปลา ฯลฯ หรือบริจาคเลือด ส่งเงินไปบำรุงโรงพยาบาลหรือกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์อื่นๆ ข้อนี้
ก็ดีนะครับ การช่วยชีวิตคนและสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตเป็นสิ่งที่ดีมาก....นะคร้าบบบ
๖. รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา ทำบุญทำกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง มากน้อยเท่าใดก็ตาม ก็ให้รู้ว่าบำเพ็ญบุญกุศลและเจริญภาวนา เพื่อระงับดับกิเลส
ตัณหาของตนให้น้อยลง ให้พ้นจากกองกิเลสนั้นๆ นะครับ
๗. กราบและขอรับพรจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือคนที่เราเคารพนับถือ เพื่อเป็นศิริมงคลกับชีวิต
๘. บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่า เป็นการรับ วิธีนี้ดาราหลายๆคนใช้กันบ่อย อาจจะเป็นสอนหนังสือเด็กยากไร้ ตาม
มูลนิธิต่างๆ

ต่อมาเรามาดูอานิสงส์ของการทำบุญวันเกิด
การทำบุญวันเกิด คือการปรารภวันเกิดและทำความดีในวันนั้นเป็นเหตุให้ได้รับผลดีหรืออานิสงส์ตอบแทน ดังมีพุทธภาษิตความว่า “ผู้ให้อาหาร ชื่อว่า ให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่า ให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยาน ชื่อว่า ให้ความสุข ผู้ให้ประทีป ชื่อว่า ให้ดวงตา” (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๑๓๘ หน้า ๔๔ ) และพระพุทธภาษิต ความว่า “ผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจ ย่อมได้สิ่งที่น่าพอใจ ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศ ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐ ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐสุด ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐสุด “ (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๒๒ ข้อ ๔๔ หน้า ๖๖) ซึ่งที่กล่าวมาเป็นผลผลิตจากการประกอบความดีต่างๆ ตามคติที่ว่า ทำดีได้ดี หมายความว่าเมื่อทำความความดี ความดีย่อมให้อานิสงส์เป็นคุณความดีก่อน ลำดับต่อมาคุณงามความดีนั้นจึงให้ผลที่น่าชื่นใจไหลออกมาสนองผู้ทำในรูปแบบ ต่างๆ ตามเหตุปัจจัยที่ทำ เปรียบเหมือนปลูกต้นมะม่วงย่อมจะได้ผลเป็นลูกมะม่วงก่อน ต่อมาลูกมะม่วงนั้นจึงให้ผลที่น่าชื่นใจต่อไปเมื่อนำไปเป็นอาหาร นำไปแลกเป็นของหรือนำไปขายเป็นเงิน
ข้อเสนอแนะในการทำบุญวันเกิด
๑. กิจกรรมในการทำบุญวันเกิดควรเน้นคุณค่าทางจิตใจมากกว่าวัตถุ เช่นทำจิตใจให้สงบแจ่มใสและทำบุญตามศรัทธา
๒. ควรเป็นกิจกรรมที่มุ่งบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นหรือส่วนรวม เช่นการบริจาคทาน บริจาคเลือดสมทบทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้แรงงานของตนเองเพื่อส่วนรวม
๓. ควรมุ่งเน้นให้เป็นการประหยัด จัดงานวันเกิดในวงครอบครัวไม่ควรจัดหรูหราฟุ่มเฟือยจนเกินไปแค่สังสรรค์พอเป็นพิธี
๔. ควรอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ไม่จำเป็นต้องจัดแบบต่างประเทศ เช่นตัดเค้กวันเกิดจุดเทียน หรือเป่าเทียน ร้องเพลงภาษาต่างประเทศอวยพรวันเกิด ฯลฯ แค่ทำบุญตักบาตรหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่มีปะรโยชน์ต่อตัวท่านและส่วนรวมก็ได้นะครับ
๕. ในกรณีที่ผู้น้อยไปรดน้ำอวยพรวันเกิดผู้ใหญ่ นิยมอ้างคุณพระศรีรัตนตรัยก่อนแล้วจึงมีคำอวยพร ส่วนของขวัญที่จะให้นั้น ควรทำด้วยน้ำพักน้ำแรงหรือของที่ประดิษฐ์ด้วยฝีมือตนเอง ถ้าเป็นดอกไม้ควรเป็นดอกไม้ที่ปลูกในประเทศไทย กรณีที่ผู้ใหญ่อวยพรวันเกิดผู้น้อย ผุ้ใหญ่ควรกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคลแก่ผู้รับพร
|